her.story (us.tales part II)
posted on 25 Dec 2007 22:34 by fridayfailure in thisisapencil
Her.story
เรื่องเดียวกับเรื่อง His.tales นะครับแต่ว่ามาอยู่ในอีกมุมมองนึง
แนะนำให้อ่านทั้งสองอันเลยครับจะได้เข้าใจมากกขึ้น... ขอบคุณที่อ่านกันครับ
อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ราคาแพงลิบลิ่ว
เปรียบเท่ากับจำนวนของชั้นที่มันเป็นเจ้าของ
แม้จะมีหลายคนบอกเอาไว้ว่า เงินซื้อไม่ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่อย่างน้อยวิวของเจ้าพระยายามค่ำคืนที่ฝนโปรยปรายลงมาเช่นนี้ก็ซื้อมาด้วยสิ่งมีค่าที่มองไม่เห็น น่าใจหายที่เธอเพียบกดปุ่มคอมพิวเตอร์สามสี่ปุ่ม พร้อมกับลากปากกาเป็นชื่อตัวเองในเอกสารอีก 4-5 แผ่น เธอก็ได้เป็นเจ้าของห้องสี่เหลี่ยมบนชั้น 38 นี่แล้ว
หญิงสาวทิ้งตัวลงตรงมุมที่คุ้นชิน
เก้าอี้ตัวเล็กสีขาวแอบอิงอยู่ตรงมุมห้อง
กระจกใสบานใหญ่ทำหน้าที่เป็นผนังกั้นระหว่างแก้มเย็นๆ ของเธอกับพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นภายนอก
วอร์ลเปเปอร์ของผนังสกรีนเป็นรูปถ่ายมากมายของตัวเธอเอง
ข้าวของเกลื่อนกลาดเปียกปอนไปด้วยเม็ดฝนที่กำลังซัดสาดอยู่ด้านนอก
"ผนังแห่งกาลเวลา"
เธอตั้งชื่อมันว่าเช่นนั้น
น้ำอุ่น... คือชื่อเล่นของเด็กสาวที่เกิดมาพร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่าง
พ่อกับแม่ของเธอเป็นหมอ... ช่วงระยะเวลาระหว่างเก้าเดือนของการอุ้มครรภ์ ทั้งคู่ทำเรื่องลาออกจากราชการมาเปิดคลินิคเล็กๆ ที่บ้านเพื่อเลี้ยงดูบุตรสาวของพวกเขาอย่างดีที่สุด
เธอเข้าโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดัง และสอบเข้าโรงเรียนที่มีการแก่งแย่งกันมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ด้วยคะแนนซึ่งแม้แต่หัวกระทิด้วยกันเองถึงกับต้องยำเกรง
รอบกายของเธอ ทำให้เธอเปรียบเสมือนเจ้าหญิง ใช่.. นอกจากความฉลาดที่ดูเหมือนจะได้มาอย่างง่ายๆ แล้ว เธอยังเป็นคนสวยที่มีเสน่ห์เอาเสียมากๆ
น้ำอุ่นปรากฎตัวเสมอในงานสังสรร และเธอก็ยังทำให้ทุกงานที่เธอไป รวมทั้งคนรอบข้างสนุก
รูปภาพทั้งหมดอัดแน่นไปด้วยความทรงจำสีสดใส
ส้ม แดง ชมพู เขียว ม่วง ฟ้า น้ำตาล
เฉดสีอัดแน่นเต็มไปหมด
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น สีสัน ก็ผลันหายไป
สีส้มของพระอาทิตย์อัสดงเหนือเส้นตัดระหว่างทะเลกับขอบฟ้า... สีแดงของใบหน้าเหล่าเพื่อนผองซึ่งกระโดดโลดเต้นอยู่ในงานโรงเรียน... สีชมพูของตุ๊กตาที่พวกผู้ชายซื้อมาให้ในวันวาเลนไทน์จนหอบกลับบ้านไม่ไหว... สีเขียวของต้นไม้มากมายที่ขึ้นรายล้อมน้ำตกที่เธอไปกับครอบครัวแทบจะทุกปี.... สีม่วงของงานกีฬาสีซึ่งเธอรั้งตำแหน่งหลีดเอาไว้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ.... สีฟ้าของท้องฟ้า... สีน้ำตาลของผืนดิน...
ทั้งหมดหายไปพร้อมกับการหักเหของโชคชะตา
เพียงคืนหนึ่ง....
คุณเชื่อไหม ?
ความรักทำให้คนเรา... ตาบอด
"คุณต้องการจะแจ้งความไหมครับ"
เสียงของตำรวจกล่าวขึ้นในห้องแอร์ที่เงียบเชียบ
"...... ฉันอยากกลับ"
"หากคุณไม่เอาเรื่อง วันหลังผู้หญิงคนอื่นก็ต้องเคราะห์ร้ายอีก... สมัยนี้คนชั่วมันเนียนนะคุณ อย่างของคุณนี่ก็คบกันมาตั้งเกือบปี อย่าให้ผมพูดเลย... ผมรู้ว่าคุณอาจจะยังทำใจไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ให้ผมสอบปากคำลงบันทึกเอาไว้สักหน่อยจะดีไหม แล้วก็ไปให้หมอตรวจเก็บหลักฐานเผื่อคุณอยากจะฟ้องร้องทีหลัง"
โลกหมุนอยู่อย่างนั้น เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังขึ้นจริง แต่ไม่ผ่านการแปลผลใดๆ จากสมอง แม่ของเธอมารับกลับ... แม่ร้องไห้ตลอดทางที่ขับรถ ....
ไม่มีน้ำตาสักหยดจากดวงตาว่างเปล่าของเธอ
ร่างเปล่าเปลือยนั่งขุดคู้อยู่บนพื้นกระเบื้องสีดำทมิฬ สายน้ำอุ่นไหลอาบเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผล
เธออยากจะล้างมันออกไป
มันสกปรก
น่าสะอิดสะเอียด
ฉันกลายเป็นตัวน่ารังเกียจ สกปรก ...
ฉันอยากจะล้างมันออกไป...
เอามันออกไป.....
ทำไมเธอทำแบบนี้...
เอามันออกไป...
อย่า...
ได้โปรด...
ฉันขอร้อง ฉันกราบนะ....
ฉันเจ็บ...
เอามันออกไป....
ปล่อยฉันเถอะ...
ฉันอยากจะลืม...
ฉันอยากจะลืม....
ฉันอยากจะลืม........
หลังจากวันนั้นสีสันทั้งหมดก็หายไป
เหมือนมีเส้นขีดกั้นกลาง แบ่งอดีตออกเป็นโลกสองโลกที่ไม่ต่อกัน
ภาพต่างๆ เริ่มเลือนหายกลายเป็นความว่างเปล่า
และเมื่อถึงตรงที่เธอนั่งอยู่ ที่ซึ่งผนังจรดกับกระจกบานใหญ่ ผนังก็กลายเป็นสีดำสนิท...
ไม่มีรูปภาพใดๆ
เธอก็แค่กลายเป็นสีดำ.......
ควันของกาแฟลอยขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง
เมื่อสักครู่เธอเจอใครคนหนึ่ง.. ที่จริงไม่ใช่ครั้งแรกที่พบกัน
แต่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นรอยยิ้มนั่น
รอยยิ้มของคนที่ยังติดอยู่ในโลกของอดีต ......
มันเหมือนส่องกระจกเลยทีเดียว
รอยยิ้มของเขากับเธอ
รอยยิ้มแบบที่คนที่มีความหลังปวดร้าวเหมือนกันเท่านั้น ที่จะรู้สึก
ความเหงาที่ไม่มีใครเข้าใจ
รอยยิ้มนั้นโผล่ขึ้นมาในความคิดอีกแล้ว
เธอใช้เวลาสิบกว่านาทีง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์ ปรินซ์อะไรบางอย่างออกมา

เช้าวันใหม่มาเยือน แสงอาทิตย์สาดส่องลำแสงสีเหลืองนวลผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บเข้ามาในห้อง ในพื้นที่สีดำอีกครึ่งหนึ่ง
ภาพของกาแฟถ้วยนั้นเด่นชัดขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดของรูปภาพอื่นๆ
ถ้วยใบนั้นสีเขียวแก่
กาแฟก็สีน้ำตาลอ่อน
ช้อนพลาสติกสีขาว
รอยลิปสติกของเธอตรงขอบแก้วสีแดงระเรือ
แม้โลกจะกลับไปไม่เหมือนเดิม
แต่อย่างน้อยเธอก็เจอพู่กันแล้ว

Luxi Magic
Silence roar 2006
>> Memorial type
ผมชอบเพลงนี้เป็นบ้าเลย
ไม่รู้ว่าเพราะทำไม
เป็นเพลงใน memorial type
ที่ผมฟังบ่อยมาก อยู่กับความทรงจำผมหลายช่วงมากเช่นกัน