his.tales (us.story part I)
posted on 25 Dec 2007 22:30 by fridayfailure in thisisapencil
เรื่องนี้มีสองมุมมองครับ เป็นมุมมองของเขาแหละเธอ เคยมี idea แบบนี้มานาน่แล้วว่าอยากแต่งเรื่องในหลายๆ มุมมองบ้าง นี่เป็นชิ้นแรกที่ลองเขียนดู อ่านอันนี้แล้วก็รออ่านเรื่องของเธอด้วยนะครับ

รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวมาอย่างช้าๆ
ค่ำคืนของกรุงเทพวันนี้เหงาเป็นพิเศษ ช่วงเวลาห้าทุ่มกว่าทำให้ผู้คนที่เหลืออยู่บนชานชะลาบางตาเหลือเกิน
ฝนยามค่ำคืนเริ่มปรอยปรายลงมา
อุณหภูมิของเมืองหลวงลดต่ำลง
ชายหนุ่มในชุดทำงานบอกกับตัวเอง “หน้าฝนกำลังมาแล้ว” เขากระชับกระเป๋าเอกสารสำคัญมาแนบอก ในนั้นเป็น project งานใหม่ที่ต้องอาศัยเวลาทั้งอาทิตย์ของเขา นั่งสร้างสรรมันออกมา
เธอชอบหน้าฝนเช่นกัน…
อดีตที่ผ่านไปเหมือนกับคืนวันซึ่งหมุนติ้ว ยิ่งในเมืองใหญ่แบบนี้เวลาดูจะรีบร้อนเสียเหลือเกิน
บางครั้งเขาถามตัวเองว่าเป็นเพราะเขาเองหรือเปล่าที่ยิ่งนิ่งอยู่แบบนี้ เลยทำให้ดูว่าทุกสิ่งรอบกายเคลื่อนไหว เข้ามา และเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
อยู่ดีๆ เขาก็อยากไปทะเลขึ้นมา
วันหยุดยาวที่กำลังมาถึง เขาอาจจะหาทะเลสงบๆ สักที
หวังว่าคลื่นฟองสีขาวนั้นจะพลักให้นาฬิกาของเขาเดินอีกครั้ง
เสียงปี๊บดังถี่ขึ้น พร้อมกับประตูที่ปิดลง รถไฟเคลื่อนออกจากชานชะลา
อากาศเย็นลงไปอีก
....
หนาว
….
จะมีใครรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วฤดูฝนมีฤดูหนาวซ่อนอยู่
เหมือนกับความรู้สึกเศร้า ท่ามกลางรอยยิ้มที่เราแสดงให้โลกเห็น จะมีสักกี่คนที่รับรู้ว่าภายใต้นั้นมีเรื่องราวอะไรอยู่ภายใน
คนเรากดเอาน้ำตาลงไปอยู่ในส่วนลึกได้ แต่บางครั้งมันก็ไม่ไหว… เหมือนโรคร้ายที่รอคอยโอกาสโจมตีเวลาร่างกายของเราเวลาอ่อนแอ น้ำตาก็รอคอยทำร้ายเราในเวลาที่จิตใจของเราบอบช้ำเช่นกัน แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งเท่าไหร่ก็ตาม แต่มนุษย์เราก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งความเป็นไปเหมือนๆ กัน
ชายหนุ่ม หยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความเข้าใหม่ขึ้นมาพร้อมกับน้ำใสๆ ซึ่งเอ่อล้นออกมาจากดวงตา
“พวกเราถึงแล้วนะ ทะเลสวยมาก ..นายน่าจะมาด้วยกัน เดี๋ยวจะเก็บทรายไปฝากนะ/อ้อม”
เมื่อวานเพื่อนในกลุ่มที่บริษัทลาหยุดกันใหญ่ เป้าหมายคือทะเล ปกติแล้วเขาจะไปทุกๆ งานที่เพื่อนไปกัน
แต่คราวนี้เป้าหมายคือทะเลที่นั่น…
แค่ที่นั่นเท่านั้นที่เขาไม่อยากจะเห็นมันอีกครั้ง
เขาไม่อยากยืนอยู่ตรงหาดทรายยามค่ำคืนในหน้าฝนคนเดียว
มันเหงาเกินไป
.....
เขาอยู่คนเดียวมา
นานเกินไป
......
ชายหนุ่มก้าวเท้าออกจากสถานีรถไฟฟ้า เขาตั้งใจจะเดินฝ่าสายฝน
ภายใต้หยดน้ำมหาศาล คงไม่มีใครสังเกตเห็นหยดที่ออกมาจากจิตใจของเขาหรอก
“โอ้ย… ขอโทษคะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาวิ่งตากฝนอยู่เหมือนกัน
“ไม่เป็นไรครับ” เขาพูด พร้อมกับยกกระเป๋าซึ่งกอดเอาไว้บังให้เธอ
“เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ว๊าย.. ขอบคุณค่ะคุณสุภาพบุรุษ” เธอยิ้ม…
“แล้วจะไปไหนครับ”
“ที่เดียวกับคุณแหละค่ะดิฉันอยู่อพาร์ตเมนต์ชั้นเดียวกับคุณ”
ทั้งสองวิ่งฝ่าฝนเข้าไปหลบตรงมุมถนน เขาตัดสินใจแวะซื้อกาแฟร้อนๆ ก่อนจะเดินเลียบลัดเลาะเพื่อมุ่งสู่ที่พัก
“…เอ่อ แบบนี้เราก็เคยเจอกัน”
“คุณลงลิฟท์ตัวเดียวกับฉันเกือบทุกเช้า แต่คุณอาจจะไม่เคยสังเกต” เธอเดินจิบกาแฟร้อนในถ้วยสีขาวอย่างใจเย็น ขัดกับช่วงเวลาซึ่งเม็ดฝนร่วงหล่นมาเช่นนี้
“จริงเหรอครับ” ชายหนุ่มพูดพร้อมทำหน้าขอโทษ
“อ้าว คุณนี่ความจำแย่จัง ยังเคยยิ้มให้ฉันตั้งหลายที เอาเถอะแต่ฉันก็ไม่แปลกใจหรอก”
“แปลกใจ ?”
“คนแบบคุณไม่อยู่ในโลกปัจจุบันหรอก”
“รอยยิ้มแบบนั้นเป็นโลกของคนที่ยังอยู่ในอดีตต่างหาก”
กระเป๋าเอกสารเปียกหมด ยังดีที่งานข้างในยังอยู่ครบดี
เขาวางสัมภาระลงอย่างอ่อนล้า และล้มฟุบลงบนโซฟา
เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ แล้วก็ยิ้ม
บางที…. เวลาของเขาคงกลับมาเดินได้อีกครั้ง

Sleeper one
Promise [keep my word]
Difference part I